Kellogg เหมาะกับคนสาย Finance ไหม?

Kellogg is Good for Finance
Kellogg is Good for Finance

Kellogg is Good for Finance ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Marketing School แต่พี่ปันไปเรียน Finance เพราะอะไร? สาย Finance ที่ Kellogg โดดเด่นด้านไหนบ้าง? มาฟังกันเลย

Q1: พี่ปันสมัครที่ไหนไปบ้างครับ

P’Pun: ตอนนั้นสมัคร Kellogg, MIT, Duke ครับ ที่เลือก Kellogg เพราะเป็นโรงเรียนที่อยากได้ที่สุดแต่แรกนะครับ ข้อแรกคือดูจาก Alumni ได้เจอ Alumni หลายๆท่าน แล้วรู้สึกว่าเป็นคนที่ character ที่ใช่ คือถ้าเราไปเรียน เราก็อยากเจอคนที่ vibe ใกล้ๆกัน เจอคนที่ vibe แบบไปเรียนน่าจะสนุก มันน่าจะ Hang out ด้วยกันแล้วคุยกันรู้เรื่อง ผมรู้สึกว่า Kellogg Alumni เขา nice มากๆเลย ดู friendly มากเลย อีกข้อนึงคือ Kellogg มีโปรแกรม 1Y ผมได้ทุนไปเรียน อาจจะเรื่องเวลาการเรียนกับเรื่องระยะเวลาการใช้ทุนเนี่ยเป็นอีก factor หนึ่งที่อยากไป Kellogg ครับ

Q2: Columbia เองก็มี 1Y ทำไมพี่ปันเลือก Kellogg is Good for Finance ครับ?

P’Pun: Columbia รู้สึกจะเรียนปีครึ่ง แล้วก็ ณ ตอนนั้นไม่สมัคร อาจจะเป็นเพราะว่าเราเริ่มช้ารึเปล่า เพราะ Columbia มันเป็น rolling เขาก็มีรับไปแล้วพอสมควร เลยคิดว่าเราอาจจะเริ่มช้าไป แล้วก็ Columbia มันเป็นปีครึ่งด้วย ของผมมันปีเดียวมันสั้นกว่า บวกกับเราตั้งเป้าเป็นอเมริกา อยากไปอเมริกามากกว่าครับ

Q3: พี่ปันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า Kellogg ดังเรื่อง Marketing แต่พี่ปันให้ความสำคัญกับเรื่อง Vibe, Culture มากกว่าใช่ไหมครับ?

P’Pun: จริงๆตอนนั้นก็คิดง่ายๆ เหมือนกัน คือรู้นะว่า Kellogg ดังเรื่อง Marketing school แต่อาศัยดูจากในเว็บไซต์แล้วรู้สึกว่าชื่อคอร์สเรียนดูจากรายละเอียดน่าสนใจ น่าเรียน จริงๆ พี่ alumni แต่ละคนก็ไม่ได้สาย Marketing เพียว บางคนก็เป็น Finance ก็มี เป็น partner ของ PE ก็มี ตอนนั้นคิดง่ายๆว่ามันก็เป็น 1 ใน Top U ยังไงก็คงดีอะครับ

Q4: การเรียน 1 ปีเพียงพอหรือเปล่าครับ?

P’Pun: ข้อดีสำหรับผมคือ core class บางอย่างที่เราไม่ได้สนใจ เราก็ skip ได้ class basic ที่เราเรียนจาก BBA มาแล้วมีความรู้ระดับนึงเราก็ข้ามไปได้เลย เราก็เลือก Elective ได้เลย เป็น choice ที่เราเลือกเองเลยอยากเรียนคลาสไหน ซึ่งผมก็ไม่ได้เรียนแต่ Finance นะครับ จริงๆก็ไปลง Marketing ก็ได้ไปลงเรียน Marketing strategies กับ อาจารย์ Top star ก็ไปลงเรียนกับเขา สำหรับผม ผมว่าถึงแม้ว่าเราจะเรียน finance มา เขาก็จะบังคับให้เราไปเรียน intermediate finance บางตัวกับเขาก่อน ที่จะไปเรียน Finance advance ซึ่งมันดีมากๆเลย มันเหมือนเรียนสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วแหละ แต่เหมือนได้ทำความเข้าใจมากขึ้น รู้สึกว่าอาจารย์เก่งมากๆ บางอย่างเราเรียนมาแล้วแต่ก็ยังตอบๆไม่ได้ การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดเลยครับ

Q5: มี Class อะไรที่อยากแนะนำน้องไหมครับ?

P’Pun: Kellogg จะมีการให้ evaluate class ให้นักเรียน evaluate class เอง คลาสนี้น่าจะได้คะแนนเกือบเต็มเลย แล้วก็ความหนักของ assignment คลาสนี้ก็จัดเต็มเหมือนกัน มันเป็น case based ต้องทำ case ทุก week เคสนึงแทบจะต้องทำ Financial model ทุกคลาสเลย ก็สนุกดีครับ ชื่อ class: Global Entrepreneurial Finance ของแต่ละประเทศและในแต่ละช่วงเวลามา Discuss มีบางเคสต้องไปทำดีลซื้อกิจการในประเทศที่ FX เรท มี 2 market คือ Black market rate และ Official rate คุณต้องทำ condition ยังไง มันเหมือนกระตุ้นให้เราได้คิด แล้วมา open discuss กันในคลาส จะมีเคสแปลกๆด้วย

Q6: จบจาก Kellogg is Good for Finance ยากไหมครับ?

P’Pun: ผมว่าไม่เกี่ยวนะครับ อย่างผมเองก็สาย Finance มี alumni หลายคนที่เป็นเจ้าของ เป็น partner ของ PE ก็มี เป็น CFO ก็มี ผมว่ามันไม่ใช่ว่างจบ school นี้แล้วได้งาน Finance ยาก ผมว่ามันไม่เกี่ยว เพื่อนๆหลายๆคนที่จบในรุ่นเดียวก็ไปทำงานสาย Finance เหมือนกัน ไปทำงานในบริษัทระดับโลกเยอะเช่นกันครับ

Q7: มีอะไรที่อยากฝากอะไรถึงน้องไหมครับ?

P’Pun: ก็เป็นกำลังใจครับ จริง ๆ ผ่านมาก่อนก็รู้ว่ามันต้องอาศัย disciplined ค่อนข้างสูง มันใช้หลายๆ อย่าง ทั้งสมัครสอบ GMAT ในการที่จะฝึกฝน แล้วก็ Essay และ Application ต่างๆ มันเป็นงานที่หนักยิ่งถ้าคนที่ทำงานแล้วก็ apply ไปด้วย มันก็หนักครับ แต่สุดท้ายมันคุ้มค่าครับ ก็อยากจะพยายามกันต่อไป ถ้ามันประสบความสำเร็จ ผมว่ามันคุ้มค่าเพราะประสบการณ์ที่ได้ที่ MBA ก็ดีมากครับ

รับเคล็ดลับเรียนต่อฟรี ส่งถึงมือทุกสัปดาห์ 
น้องๆที่จะสมัคร ไปเรียนต่อ MBA หรือ Master’s Degree สายอื่น อย่าพลาด
ปรึกษาฟรี!!!! คลิกเลย FREE CONSULTATION
ฟังเรื่องราวความสำเร็จของนักเรียน MTU คลิกเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Support your child while studying abroad การติดตามความคืบหน้า และให้การสนับสนุนลูกขณะเรียนต่อต่างประเทศ

การติดตามความคืบหน้าของลูกขณะเรียนต่อต่างประเทศ ควรเป็นการพูดคุยอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับฟังว่าเขากำลังเผชิญอะไรอยู่ ทั้งเรื่องเรียนและชีวิตประจำวัน ควรให้กำลังใจและแนะนำเมื่อลูกต้องการความช่วยเหลือ หรือมีปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่ก็อย่ากดดันหรือทำให้ลูกรู้สึกว่าต้องรายงานทุกอย่าง พยายามเป็นที่ปรึกษาที่พร้อมให้คำแนะนำและสนับสนุนเมื่อลูกต้องการ เพื่อให้เขารู้สึกว่าไม่ได้เผชิญความท้าทายคนเดียว การสร้างช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การสื่อสารที่ดีเป็นกุญแจสำคัญในการติดตามความคืบหน้าของลูกขณะเรียนต่อต่างประเทศ ควรเลือกช่องทางที่สะดวกและเหมาะสม เช่น โทรศัพท์, วิดีโอคอล, หรือแอปแชท และกำหนดเวลาในการติดต่อที่สม่ำเสมอ เพื่อให้ทั้งพ่อแม่และลูกมีโอกาสพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นประจำ การสื่อสารที่เปิดใจและไม่กดดันจะช่วยให้ลูกรู้สึกสบายใจและพร้อมที่จะบอกเล่าทั้งความสำเร็จและความท้าทายที่เผชิญอยู่ การตั้งเป้าหมายและความคาดหวังร่วมกัน การตั้งเป้าหมายและความคาดหวังร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนลูกขณะเรียนต่อต่างประเทศ พ่อแม่ควรพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับสิ่งที่คาดหวังทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิต เพื่อให้เข้าใจตรงกันและช่วยกันวางแผนให้บรรลุเป้าหมายนั้น การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้ลูกมีแรงจูงใจและรู้สึกว่ามีพ่อแม่คอยเป็นกำลังใจและสนับสนุนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นในยามที่ต้องการคำแนะนำหรือในช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจในการเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ การเป็นผู้ฟังที่ดีและการให้คำปรึกษา

Read More »

กลยุทธ์เขียน Essay สมัคร MBA at Cambridge Judge Business School Part 1

กลยุทธ์เขียน Essay สมัคร MBA at Cambridge Judge Business School อยากไปเรียน MBA at Cambridge Judge Business School ควรเริ่มเขียน Essay ยังไงดี? ต้องมีหลักการคิด มี framework ยังไง มีจุดไหนที่ควรดูเป็นพิเศษ วันนี้มาเจาะลึกเทคนิคการเขียน

Read More »

EP84: วิชาความลำบาก

แชร์ประสบการณ์ของต้นทุนชีวิตที่ยากลำบากกลับเป็นบทเรียนอันมีค่า ครูพี่เจส ภัคศิกร ทับทิมทอง อดีต Admissions Committee ที่ Kellogg, Northwestern University และเป็นผู้บริหารบริษัท Mission To Top U TopU Talk The Podcast · KruPJess.EP84: วิชาความลำบาก รับเคล็ดลับเรียนต่อฟรี ส่งถึงมือทุกสัปดาห์ 

Read More »
Scroll to Top