สรุปเทคนิคการทำ Letter of Recommendation (LOR) ที่เพิ่มโอกาสให้ติด Top-U

น้องที่อยากไปเรียนต่อ Top-U แต่โปรไฟล์ซ้ำ ต้องแข่งขันสูง
แล้วจะทำยังไงให้โปร์ไฟล์ของเราโดดเด่นและโดนใจ Admissions Committee ?

ทำไม Letter of Recommendation ถึงสำคัญ ที่น่าสนใจมี 3 เรื่อง

1. Letter of Recommendation เปรียบเหมือน Essay 

LOR หรือ จดหมายแนะนำตัว เปรียบเหมือนการเขียน Essay แต่เราไม่ได้เขียนเอง เป็น Essay ที่คนอื่นเขียนให้เรา เช่น หัวหน้าหรืออาจารย์  

2. Recommendation สำคัญ เพราะTheme ในการทำ Application ต้องไปทางเดียวกัน

ตอนที่พี่เคยเป็น Admissions Student Leader ที่ Kellogg หลักๆที่ดูนอกจากตัว Application แล้ว จะมี 3 เรื่องหลักๆ คือ Resume, Essay และ Letter of Recommendation 

ดังนั้น Theme ในการเขียนควรไปในทางเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น เรามีทักษะ Leadership / Teamwork Problem โดดเด่น  ตอนที่หัวหน้าเขียนสนับสนุนเราใน LOR ก็ต้องไปทางเดียวกัน ถ้าสิ่งที่เราเขียนเป็นจุดแข็งแต่หัวหน้าเขียนว่าเป็นจุดด้อย ตรงนี้คณะกรรมการก็จะเห็นว่าเราเป็นคนที่ไม่มี Self-awareness ประเมินตัวเองไม่ได้

3. เวลาคนอื่นอวยเราจะน่าเชื่อถือมากกว่าที่เราอวยตัวเอง

ยกตัวอย่าง บางคนเขียนใน Resume Essay ว่าเป็น Youngest Manager ตรงนี้เขียนเองยังไงก็ไม่น่าเชื่อถือเท่า recommender เขียนให้เรา จุดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญของการทำ LOR บางคนให้ recommender เขียน แต่วางกลยุทธ์ไม่ดีเลยพลาดไป ดังนั้น LOR ก็สำคัญ ควรทำไปพร้อมกับ Resume/Essay ค่ะ

‘5 ขั้นตอนการทำ MBA Recommendation Strategy’ 

1.เลือก Recommender ที่ใช่และรู้จักเราจริงๆ
มหาวิทยาลัยแต่ละโปรแกรมจะมี requirement ไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นโปรแกรม MBA ส่วนใหญ่ Recommender จะเป็น Professional Recommendation ที่มาจากการทำงาน แต่บางโปรแกรม เช่น Finance, Data Science, Computer Science อาจเป็นอาจารย์ก็ได้ 

ถ้าสมัคร MBA ให้ดูคนที่มีตำแหน่งที่จะ evaluate กับเราได้ คนที่มองเห็นคุณภาพงาน เห็นการเติบโต เห็นการ promote ของเรา คนที่พร้อมสนับสนุนเราในอนาคต คนที่มองศักยภาพของเราที่จะไป  MBA ได้ ซึ่งดูได้จากทั้งที่ทำงาน หรือในกิจกรรมที่เรามีส่วนร่วมชัดเจน เช่น ทำ club หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรม Non-Profit Organization ข้างนอกก็ได้ 

2.ให้ Recommender สนับสนุนเราให้ถูกจุด
เวลาไปขอให้หัวหน้าเขียนจดหมายแนะนำตัวให้เรา เราต้องขอคนที่สนับสนุนเรา หาคนที่เห็นคุณค่า เห็นเราประสบความสำเร็จในหน้าที่การทำงานจริงๆ และต้องมีเวลาเขียน recommendation ให้เรา ซึ่งปกติจะมีประมาณ 2-3 หน้ากระดาษ ดังนั้นเค้าต้องใส่ใจเขียนอย่างละเอียด มีการยกตัวอย่างที่ชัดเจน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเป็นผู้นำ การวิเคราะห์ การทำงานกับคนต่างชาติ และที่สำคัญต้องช่วยเราปิดจุดอ่อน ยกตัวอย่าง น้องทำงานที่ไทยมาตลอด แต่บริษัทต้องติดต่อกับคนต่างชาติ น้องไม่มีปัญหาในการใช้ภาษาเลย สื่อสารออกมาได้คล่องมาก 

3.วางแผน Recommender ทั้ง 2 คน ให้มุมมองที่แตกต่างกัน 
ถ้าเป็น MBA ฝั่ง US ส่วนใหญ่จะขอ recommender อย่างน้อย 2 คน ฝั่ง UK บางที่ก็ขอคนเดียว แต่ถ้าที่ไหนขอ 2 คน น้องต้องมองจุดให้ต่างกันค่ะ ซึ่งมองได้ 2 กลยุทธ์ คือ กลยุทธ์ A เป็นคนที่ทำงานกับเราหรือหัวหน้าสายตรงของเรา / กลยุทธ์ B อาจเป็นหัวหน้าอีกสายงาน แต่เราต้องทำงานหรือมีส่วนร่วมกับสายงานนั้น ซึ่งเค้าจะเขียนมุมการเล่าเรื่องได้แตกต่างกัน 
ถ้าบางคนไม่ได้ทำกับทีมอื่นเลย ก็เป็นหัวหน้าสายตรงได้ คนแรกอาจเป็น Manager คนถัดมาอยากให้ก้าวกระโดดเป็นระดับ Senior Management เช่น BP, SVP 

4.วางกลยุทธ์กับ Recommender ของน้อง
การเล่นฟุตบอลที่ต้องเล่นให้เข้าประตูชัย กว่าจะทำคะแนนได้ ก็ต้องเน้นการทำงานเป็นทีม ก็เหมือนกับการสมัคร Top-U ตอนที่น้องทำ Resume / Essay น้องมี theme ว่าน้องสนใจอยากทำงานสายๆนึง พอน้องโยนลูกบอลมาแล้ว recommender อาจจะเป็นคนที่ช่วยส่งบอลไปแนวหน้า ทำให้ช่วยพิชิตเป้าหมายได้มากขึ้น ดังนั้นต้องทำไปในทางเดียวกัน เพื่อพิชิตเป้าหมายค่ะ

5.ให้เวลาในการเขียน recommendation 1-2 เดือน 


รับเคล็ดลับเรียนต่อฟรี ส่งถึงมือทุกสัปดาห์ 

น้องๆที่จะสมัคร ไปเรียนต่อ MBA หรือ Master’s Degree สายอื่น อย่าพลาด
ปรึกษาฟรี!!!! คลิกเลย FREE CONSULTATION
ฟังเรื่องราวความสำเร็จของนักเรียน MTU คลิกเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Top-U Series

?งาน Workshop ใหม่ล่าสุดจากพี่ๆ MTU ที่จะพาน้องๆ ไปค้นหา insight โรงเรียนที่ใช่พร้อมบอกกลยุทธ์สมัคร Top-U ที่คน 90% ไม่รู้ ‼️ สำหรับน้องๆ ที่อยากสมัครไป Top US/UK/Asia/Europe  ไม่ควรพลาด ? Free Virtual Workshop “Top-U Series”?Live ผ่าน

Read More »

EP109: ชวนฝึกเทคนิค Frame-Storming สร้าง Creative idea

“คิดว่าตัวเองไม่ Creative” “คิดไอเดียใหม่ๆไม่ออก”… ไม่เป็นไร! เพราะ Creativity เป็นทักษะ หมายความว่า เราสามารถฝึกฝนพัฒนาได้ Frame-storming คือ การรวมวิธี Reframing + Brainstorming เพื่อให้เราเพิ่มโอกาสสร้าง Creative ideas และ Innovation  แชร์ 3 เทคนิค Reframing จาก

Read More »

EP119: คน GEN Y จะอายุ 100 ปี

50% ของคนที่เกิดในช่วง 1990s-2000s มีโอกาสอายุยืนถึง 100 ปี  คำถาม คือ เราควรจะใช้ชีวิตยังไงถ้ามีเวลามากขนาดนั้น ควรวางแผนการเงิน อาชีพ ครอบครัว ความสัมพันธ์ยังไง ลองฟัง 8 ข้อคิดจาก podcast นี้ ซึ่งมาจากหนังสือ The 100-Year Life by Lynda Gratton

Read More »
Scroll to Top