เคล็ดลับพิชิตทุน Fulbright

          ทุน Fulbright เป็นที่นิยมสำหรับน้องๆ ที่อยากไปเรียนต่อที่ USA แต่จำนวนที่ได้ทุนสำหรับคนไทยมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนผู้สมัคร มาดูเคล็ดลับกันว่าทำอย่างไรถึงจะได้ทุนนี้และต้องมีขั้นตอนอย่างไร พบกับน้องมิว (นักเรียนทุน Fulbright) กันได้เลย

Q1: อยากให้น้องมิวแนะนำตัวก่อนครับ?

N’Mew: สวัสดีค่ะ มิวจบ EBA (เศรษฐศาสตร์อินเตอร์) ที่จุฬา ช่วงที่เรียนที่จุฬา ได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปเรียนที่ University of Tokyo และหลังจากนั้นไปต่อ University of Bocconi 1 เทอม ได้เรียนพวก Business Economics และกลับมาจบที่ไทย หลังจากนั้นได้ฝึกงานและเริ่มทำงานที่บริษัท PwC โดยทำงานเป็นที่ปรึกษา จนถึงตอนนี้ทำงานประมาณ 4 ปีครึ่ง ปัจจุบันทำงานเป็น Sustainability and Climate Change Consultant (ที่ปรึกษาเกี่ยวกับความยั่งยืนและสภาพอากาศ) ค่ะ ปัจจุบันกำลังจะไปศึกษาต่อที่ USA ไปเรียนด้าน Sustainability and Climate Change ที่ Columbia University ค่ะ

Q2: น้องมิวช่วยเล่าหน่อยว่าตอนนั้นทำไมถึงสมัคร Fulbright ครับ?

N’Mew: เริ่มจากมิวมีแพลนจะไปเรียนที่ USA เพราะเคยได้ทุนไปแลกเปลี่ยนช่วงม.ปลายและพอทำงานสักพักก็รู้สึกว่าอยากเรียนเรื่องนี้ จึงเริ่มหาข้อมูลและสมัคร แต่ปัญหาคือการไปเรียนที่ USA ค่าเทอมแพงมาก เลยมองหาทุน ซึ่งก็มีเยอะแยะเลย เช่น ทุนธนาคาร แต่มิวอยากได้ทุนที่เป็นทุนจริงๆ ของต่างประเทศ ซึ่ง Fulbright คือ Option นั้นและสาขาที่มิวไปเรียน ถ้าจบมาก็ค่อนข้างสร้าง Impact ให้กับสังคมและทั่วโลกให้ความสนใจค่ะ เลยมั่นใจที่จะสมัคร ซึ่งปกติหลายๆ คนจะสมัครทุนก่อน ถ้าได้แล้วค่อยสมัครมหาวิทยาลัย แต่ของมิวคือสมัครมหาวิทยาลัยก่อน โดยสมัครไปทั้งหมด 4 ที่ คือ Columbia, UPenn, Yale, Duke และก็ได้ตอบรับทั้งหมด 4 ที่ แต่ Fulbright แจ้งว่าถ้าได้ทุน จะเริ่มจ่ายให้ในปีถัดไปก็คือปี 2023 ดังนั้นมิวต้องทำเรื่อง Defer มหาวิทยาลัย ซึ่งบางที่ก็ให้ บางที่ก็ไม่ให้ค่ะ

Q3: ตอนน้องมิวขอ Defer ให้เหตุผลว่าสมัคร Fulbright ไหมครับ?

N’Mew: ใช่ค่ะ มิวแจ้งว่าสมัคร Fulbright และแจ้งว่าอยากเก็บประสบการณ์เพิ่มอีก 1 ปี เพื่อจะได้ Contribute ให้กับในคลาสเรียนได้มากขึ้น

Q4: น้องมิวได้ตอบรับทั้ง 4 มหาวิทยาลัยเลย แล้วน้องมิวเลือกอย่างไรครับ?

N’Mew: ด้วยความที่มิวเป็น Consultant ดังนั้นมิวจึงมี Scoring metric จึงแยกดูเป็นความน่าสนใจของคอร์ส ที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ค่าครองชีพ ค่าเล่าเรียน โปรแกรมมีทุนให้หรือไม่ โอกาสในการฝึกงาน/หางาน เงินเดือนเฉลี่ยหลังจากเรียนจบ ชมรมต่างๆ เช่น SEA Club เพื่อมี Connection ความภาคภูมิใจที่สอบติด แต่ด้วยความที่ญาติมิวทำงานที่ New York และคอร์สดู Practical กว่า เลยเลือกไป Columbia University ค่ะ

Q5: โปรแกรมที่น้องมิวเรียนชื่อว่าอะไรครับ?

N’Mew: Sustainability Management ค่ะ จะเป็นโปรแกรมที่อยู่ภายใต้ School of Professional Studies กับ Columbia Climate School ซึ่งเป็น School ที่เปิดขึ้นใหม่ แต่จะมีสิ่งที่เรียกว่า Earth Institute ซึ่งทำวิจัยด้านนี้มานานมากๆ แล้ว ซึ่งหลายๆ มหาวิทยาลัยยังไม่มี แต่เมื่อเดือนกันยายน 2022 ทาง Stanford ได้เปิด Dual School of Sustainability จะเป็นวิชาพวก Sustainability Science ที่ Require คนที่ต้องจบทางด้านวิศวะหรือวิทยาศาสตร์ จึงคิดว่าถ้าอยากเรียนต่ออีก จะไปต่อที่ Stanford ค่ะ

Q6: อะไรจุดประกายให้ Stanford เป็นมหาวิทยาลัยในฝันของน้องมิวครับ?

N’Mew: จุดเริ่มต้นคือดูหนังเรื่อง High School Musical แล้วนางเอกได้ทุนไปเรียนที่ Stanford จึงทำให้มิวอยากไปเรียน High School ที่ USA และเรียนที่ Stanford ค่ะ จึงเริ่มหาข้อมูลเรื่องทุนและได้เจอทุน AFS ซึ่งตอนม.4 ได้ทุนเต็มจำนวน จึงทำให้เหลือแค่ Stanford ที่ยังไม่ได้ไปค่ะ

Q7: น้องมิวคิดว่า Fulbright มี Benefit อื่นๆ อีกไหมครับ?

N’Mew: ถ้าพูดในแง่ของเงินนะคะ เวลาได้ทุนก็จะมีเงินค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่ากินอยู่ โดยให้มา 1 ก้อน แล้วไปจัดสรรเอง นอกจากนี้ก็จะมีค่าเดินทาง ค่าประกัน ค่าหนังสือเรียน ค่าคอมพิวเตอร์ ค่าขนของ ค่าใช้จ่ายที่ต้องเดินทางออกงานของ Fulbright ซึ่งจะแยกจากทุนก้อนนั้น

Q8: โปรแกรมของน้องมิวเรียนกี่ปีครับ?

N’Mew: ปีครึ่งค่ะ แต่มิวว่าจะเรียนมากกว่านั้น เพราะเรียนรวมกับ Columbia Business School ด้วย

Q9: ถ้าน้องมิวเรียนทั้ง 3 schools เลย Fulbright มีจำกัดเรื่องค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ ในแต่ละปีไหมครับ?

N’Mew: ใช่ค่ะ ปีแรกจะให้ประมาณ 35,000 ค่ะ และปีที่ 2 อีกครึ่งหนึ่ง รวมทุกอย่างที่ Fulbright ให้ก็ประมาณ 2 ล้านค่ะ

Q10: ถ้านอกจากเรื่องตัวเงิน น้องมิวคิดว่า Fulbright มี Benefit อื่นๆ อีกไหมครับ?

N’Mew: มิวว่า Networking ค่ะ เพราะมีความหลากหลายและได้เห็นในแต่ละด้านที่หลายๆ คนสนใจ ได้เจอเพื่อนๆ Fulbrighter ประมาณ 1,000 กว่าคน

Q11: Fulbright เปิดรับสมัครปีนึงกี่คนครับ?

N’Mew: จะประกาศว่ารับ 7 คนค่ะ แต่ละปีจะไม่เท่ากัน แต่จริงๆ แล้วทาง USA จะมีความต้องการมากกว่านี้ ซึ่งมีคนสมัครหลาย 100 คน และใช้คนสกรีนเอกสารทั้งไทยและอเมริกาประมาณ 40-50 คน เพราะต้องใช้คนหลากหลายสาขามาช่วยกันอ่าน แต่ก็มีคนสละทุนเพราะได้ทุนจากมหาวิทยาลัย 100% ไปเรียนประเทศอื่นเหมือนกันค่ะ

Q12: มีคนที่ได้ทุนมหาวิทยาลัยแล้วมาเอาทุน Fulbright ด้วยไหมครับ?

N’Mew: เคยได้ยินว่าทาง Fulbright จับได้ด้วยค่ะและขาดเหลือเท่าไหร่ทาง Fulbright ก็ให้เท่านั้นค่ะ

Q13: อยากให้น้องมิวเล่าเรื่องขั้นตอนการสมัครหน่อยครับ?

N’Mew: เอกสารที่ต้องใช้ก็จะมีคะแนนภาษาอังกฤษ Study Objective ที่เหมือนจดหมาย เขียนทั่วๆ ไปว่าน้องอยากไปเรียนที่นี่เพราะอะไร สิ่งที่จะไปเรียน สิ่งที่อยากทำในอนาคต หลักๆ คือเรื่องเรียนว่าน้องจะได้อะไรจากที่นี่ Personal Statement เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวน้อง ทำไมถึงมาเป็นน้องในทุกวันนี้หรือจะโยงเข้าไปในเรื่องที่อยากเรียนก็ได้ ตัวอย่าง Academic Paper แต่ความยากของ Study Objective และ Personal Statement คือ มีจำกัด 400 คำและจะมีบอกว่าในแต่ละจดหมายต้อง Cover อะไรบ้าง แล้วก็จะมี Letter of Recommendation 3 ฉบับ ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนที่ตำแหน่งสูงๆ หรือมี Connection กับรัฐมนตรี สำหรับของมิว คือ GM, Senior Manager และอาจารย์ ซึ่งการเลือกคนเขียนคือเลือกจากคนที่น้องทำงานด้วยและรู้จักน้องจริงๆ และเวลาเขียนก็ให้ดูว่าทุนต้องการอะไรจากน้อง เช่นด้าน Technical ด้าน Business Management หรือด้านไหวพริบ โดยให้เห็นความเด่นในแต่ละเรื่อง ซึ่งพอทุนได้อ่าน จะเห็นรายละเอียดของตัวน้องอย่างครบถ้วน

Q14: Top U ไม่ได้ดูเกรดอย่างเดียวใช่ไหมครับ?

N’Mew: ใช่ค่ะ ดู Overall เลย แนะนำควรจะแพลนล่วงหน้ามากกว่า 1 ปี เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่ออ่านหนังสือ ทำโปรไฟล์ กิจกรรมนอกเวลาที่ตรงกับสิ่งที่จะไปเรียนและมีประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงทุกๆ อย่างควรจะเป็น Theme เดียวกันและ Connect the dot ไปกับ Goal ของเรา ซึ่งมิวได้ตกผลึกหลายๆ อย่างเพราะได้มา Workshop กับ MTU

Q15: ช่วงสัมภาษณ์เป็นอย่างไรครับ?

N’Mew: ของมิวเป็นสัมภาษณ์ออนไลน์ซึ่งจะมีนัดคุย sequence กันก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ใครได้สัมภาษณ์วันไหน การเตรียมตัวของมิวคือเริ่มจากลิสต์คำถามเกี่ยวกับสิ่งที่จะไปเรียน สิ่งที่เกี่ยวกับตัวเราและเริ่มเตรียมคำตอบ จากนั้นส่งให้เพื่อนๆ ดูและคอมเมนต์ว่าควรตัดอะไร เพิ่มตรงไหนและฝึกสัมภาษณ์จากการจำ Keyword

Q16: แล้วตอนสัมภาษณ์จริง Cover กับสิ่งที่น้องมิวเตรียมมาไหมครับ?

N’Mew: เปิดคำถามแรกมาไม่ Cover เลยค่ะ มิวอยากจะบอกน้องๆ ว่า ของ Fulbright สัมภาษณ์แค่ 15 นาที ซึ่งมีกรรมการเกือบ 10 คน แต่ละคนแนะนำตัวก็ใช้เวลาไปแล้ว 6 นาที ดังนั้นจะเหลือเวลาแต่ 8-9 นาทีในการถามตอบ ซึ่งคำถามแรกมักจะเป็นคำถามปลายเปิด มิวเลยนำคำตอบที่เตรียมไว้มาพูดในช่วงนี้ไปเลย เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์คนถัดไป ถามคำถามที่เกี่ยวกับคำตอบเมื่อสักครู่ของมิวค่ะ

Q17: ผู้สัมภาษณ์เป็นคนประเทศอะไรครับ?

N’Mew: ทั้งไทยและอเมริกันค่ะ คนไทยจะมาจากกระทรวงต่างประเทศค่ะ

Q18: น้องมิวมีวิธีการตอบสั้นๆ อย่างไรให้ได้ใจความครับ เนื่องจากเวลามีน้อย?

N’Mew: เรื่องนี้ก็แอบยากค่ะ เพราะของมิวได้ต่อเวลาค่อนข้างเยอะ เพราะเรื่อง sustain คนไทยไม่ค่อยรู้จักเลยต้องมีการอธิบายค่อนข้างเยอะ

Q19: ต่อจากสัมภาษณ์ก็คือรอผลใช่ไหมครับ?

N’Mew: ใช่ค่ะ แต่ก็จะมีสิ่งที่แนะนำคือ criteria ในการตัดสิน ซึ่งก็คือ Personality ความเป็นมิตร เข้าถึงง่าย

Q20: การคัดเลือกรอบสองเป็นอย่างไรบ้างครับ?

N’Mew: รอบสองจะเป็นการสัมภาณ์ค่ะ แนะนำให้มีความมั่นใจ เป็นมิตร มีความมืออาชีพ เพื่อที่จะเป็น Ambassador ของ Fulbright ในการ Represent ประเทศไทยและอย่าโกหกใน application ค่ะ

Q21: น้องมิวทราบไหมครับว่าเรียกสัมภาษณ์กี่คน?

N’Mew: น่าจะ 20 คนค่ะ

Q22: มีคำแนะนำเขียน Essay / LOR สมัครรอบแรกไหม น้องมิวมีทริคเพิ่มจากที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ไหมครับ?

N’Mew: มิวคิดว่าทุกอย่างอยู่ที่การเตรียมตัว เพราะถ้าน้องเริ่มเร็ว น้องมีเวลาแก้ได้เยอะค่ะ

Q23: อาจมีน้องบางคนอยากสมัครเดือนเมษายน 2023 แล้วมีเวลาเตรียมตัวแค่ 2 เดือน น้องมิวมีคำแนะนำอย่างไรครับ?

N’Mew: น้องต้องถามตัวเองก่อนว่า น้องมี Capability ขนาดไหน อันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีเวลาจริงๆ มาปรึกษา MTU ได้ค่ะ

Q24: ถ้ายื่นรอบนี้ไม่ได้ทุน ยื่นอีกทีรอบหน้า มีผลเสียมากไหมครับ?

N’Mew: สำหรับทุนไม่มีผลเสียค่ะ แต่เขาจะ Expect ว่าน้องจะต้องมี Improvement ค่ะ แต่ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยจะบอกเลยว่าไม่ให้น้องสมัครภายใน 2 ปี และจะต้องมี Significant change จากรอบแรกค่ะ

Q25: หลังจากสอบติด Fulbright ก่อนไปเรียนมี Event ให้เข้าร่วมไหมครับ?

N’Mew: มีสำรวจเมืองกรุงเทพช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2023 และก็มีก่อนเปิดเทอม แต่จะเป็น event ที่อเมริกาและขณะเรียนก็มี event เรื่อยๆ ส่วนหลังจบก็ยังมีอีกค่ะ หลังจากเรียนจบก็อาจกลับมาเป็นกรรมการสัมภาษณ์ด้วยค่ะ

Q26: จบโทแล้วจะไปต่อโทอีกใบ สามารถสมัครทุนนี้ได้ไหมครับ?

N’Mew: มิวเข้าใจว่าต้องเป็นคนที่จบตรีมาจะไปต่อโท แต่ถ้าจบโทมาจะไปต่อเอกค่ะ แต่เพื่อความมั่นใจสามารถสอบถาม Fulbright ได้ค่ะ

Q27: น้องมิวคิดว่า Fulbright มองหาคนแบบไหนครับ?

N’Mew: จากที่ดูโปรไฟล์แต่ละคนมา ดูเป็นคนที่ Passionate ในด้านนั้นๆ มากๆ มีเพจให้ความรู้ สอนฟรีประมาณนี้ค่ะ

Q28: คนที่สอบติดมาจากหลากหลายสาขาเลยไหมครับ?

N’Mew: ใช่ค่ะ มีทั้งสถาปัตย์ วิศวะ เภสัช Tourism Art ก็มีค่ะ

Q29: Fulbright มีป.เอก และ ป.โท หรอครับ?

พี่มิว: ใช่ค่ะ

พี่เมฆ: หากจบป.โทแล้วแนะนำเรียน ป.โทอีกใบหรือป.เอกไปเลยดีครับ

พี่มิว: สำหรับมิว ป.เอกอาจจะยัง แต่ MBA กำลังคิดอยู่ เพราะอาจเอามาโยงกับ Business และทำให้ Practical กับในโลกความเป็นจริงได้ค่ะ

พี่เมฆ: อยากให้น้องมิวช่วยส่งกำลังใจให้น้องๆ หน่อยครับ

พี่มิว: มิวไม่ใช่เป็นคนเก่ง แต่มิวเป็นคนขยันและมีวินัย อย่าคิดว่าน้องทำไม่ได้ ให้ลองขยันและเอาจริงเอาจังดู ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าน้องพยายามจริงๆ ถ้าน้องคิดว่าไม่ได้มีต้นทุนเหมือนคนอื่น แต่สิ่งที่น้องมีคือเวลา ถ้าเริ่มอะไรได้ก่อน ให้รีบเริ่มเลย อยากให้น้องๆ “ตั้งใจ มีวินัย พยายาม push effort และให้เวลากับสิ่งนั้นมากๆ” ขอให้โชคดีค่ะ

พี่เมฆ: ทุน Fulbright เป็น 1 ทุนที่ดีมากๆ แต่ถ้าน้องไม่ได้ อยากให้ลองพิจารณาทุนอื่นๆ ด้วยครับ

พี่มิว: ใช่ค่ะ แล้วมิวก็มีทิ้งท้ายช่วงสัมภาษณ์ด้วยว่า ถ้าเราไม่ได้ทุนนี้ก็ไม่เสียใจนะ เพราะ Goal ของมิวก็ยังเหมือนเดิม แต่อาจจะช้าลง เพราะอาจต้องทำงานอยู่ที่อเมริกาก่อนเพื่อหาค่า Tuition คืน

พี่เมฆ: มี Tips อะไรอีกไหมครับ

พี่มิว: การอยู่ในสังคมที่ดีมีคุณภาพค่ะ อย่างของมิวทำงานอยู่ที่ PwC พี่ๆ ที่ทำงานเรียน Top U และเก่งหลายๆ คน ทำให้มิวอยากไปเรียนบ้าง และพี่ๆ กลุ่มนี้ก็ช่วยรีวิวเอกสารให้มิวค่ะ

พี่เมฆ: Mission อย่างหนึ่งที่น้องมิวอยากทำคืออะไรนะครับ

พี่มิว: คือมิวไปบนไว้ว่าถ้าสอบติดทั้ง 4 ที่ และได้ทุน Fulbright จะมาแก้บน แต่ถ้าขาดที่ใดที่หนึ่งจะไม่แก้บน แล้วพอมาปี 2023 ไม่มีอะไรที่ท้าทาย ก็เลยเริ่มคิดว่า พอเริ่มเรียนแล้วจะสมัครเป็นประธานรุ่นค่ะ

พี่เมฆ: สาขาที่น้องมิวจะไปเรียน เกี่ยวกับอะไรเป็นหลัก เรียนทั้ง 3 Pillars เลยไหมครับ

พี่มิว: ขึ้นอยู่กับว่าน้องจะเลือกเรียนทางด้านไหน เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม (น้ำ ดิน อากาศ Greenhouse gas) ด้าน Social (Diversity Inclusion Human Right) ด้าน Economics (Financial Inclusion) ซึ่งสามารถเลือกได้เลยว่าต้องการ Specialize ทางด้านไหน


รับเคล็ดลับเรียนต่อฟรี ส่งถึงมือทุกสัปดาห์ 

น้องๆที่จะสมัคร ไปเรียนต่อ MBA หรือ Master’s Degree สายอื่น อย่าพลาด
ปรึกษาฟรี!!!! คลิกเลย FREE CONSULTATION
ฟังเรื่องราวความสำเร็จของนักเรียน MTU คลิกเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

EP56: อยากสำเร็จให้ “Say No”

นิสัยอันดับ 1 ที่คนประสบความสำเร็จมีเหมือนกัน ครูพี่เจส ภัคศิกร ทับทิมทอง อดีต Admissions Committee ที่ Kellogg, Northwestern University และเป็นผู้บริหารบริษัท Mission To Top U TopU Talk The Podcast · KruPJess.EP56: อยากสำเร็จให้

Read More »

EP169: Winning Essay Secrets – Your Long Term Goal

ในการสมัคร MBA จะมีทั้ง Required Essay ที่ทุกคนต้องเขียน และมี Optional Essay เปิดโอกาสให้อธิบายความผิดพลาดหรือเรื่องแปลกๆ วันนี้เล่าให้ฟัง 4 เหตุการณ์ที่เราต้องเขียน Optional Essay ครูพี่เจส ภัคศิกร ทับทิมทอง อดีต Admissions Committee ที่ Kellogg, Northwestern University

Read More »
Scroll to Top